0 Comments

ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณอันดีต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ปัจจุบันเราจึงได้เห็นว่านหางจระเข้ในรูปแบบอาหาร ยา เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มอย่างน้ำว่านหางจระเข้วางขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เรียกได้ว่าสามารถซื้อน้ำว่านหางจระเข้มาดื่มกันง่าย ๆ และราคาก็ไม่แพงด้วย แต่ทั้งนี้แม้จะรู้ว่าน้ำว่านหางจระเข้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่น่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทว่ากระปุกดอทคอมก็อยากมาย้ำให้ชัด ๆ อีกทีค่ะว่า ประโยชน์ของน้ำว่านหางจระเข้มีอะไรบ้าง และสูตรน้ำว่านหางจระเข้ที่จะช่วยลดนํ้าหนักได้ ควรดื่มอย่างไร

1. ว่านหางจระเข้+มะนาว+น้ำผึ้ง

ขูดวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมในน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ บีบมะนาวลงไป 1 ลูก และเติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนทุกอย่างให้เข้ากันดี และดื่มทันทีหลังตื่นนอน สูตรนี้จะช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้อย่างเต็มที่ และทางที่ดีหลังจากดื่มน้ำว่านหางจระเข้แก้วนี้แล้วก็ควรปล่อยให้ท้องว่างประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยนะคะ

2. ว่านหางจระเข้+ส้ม+สตรอว์เบอร์รี

สูตรนี้ก็ช่วยในการดีท็อกซ์และช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่มากขึ้น โดยนำสตรอว์เบอร์รีสไลด์ 3 ชิ้น ปั่นกับน้ำส้มคั้น 1 แก้ว และวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นทุกอย่างให้ละเอียดแล้วดื่มหลังอาหารเช้า

3. ว่านหางจระเข้+แตงกวา+สับปะรด

สำหรับคนที่มีอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารได้ดีเท่าที่ควร และก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูกบ่อย ๆ ให้ลองนำแตงกวาครึ่งลูก สับปะรด 1 เสี้ยว วุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ ปั่นให้เข้ากันดีแล้วดื่มหลังมื้อเที่ยง สูตรนี้จะช่วยย่อยอาหารได้ดี และช่วยให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่เรากินได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ว่านหางจระเข้+ชาขิง

ชาขิงมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดไขมันในเลือด และเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เมื่อนำมาปั่นรวมกับว่านหางจระเข้ที่มีฤทธิ์เย็น แต่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือดได้เช่นกัน จึงเกิดเป็นสูตรน้ำว่านหางจระเข้ที่มีความสมดุลเป็นอย่างมาก โดยวิธีทำก็ไม่ยาก เพียงนำขิง 1 แว่นมาต้มกับน้ำร้อน แล้วผสมวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นก็ดื่มเป็นชายามบ่ายก็ได้ค่ะ